การจดบันทึกอาหารล้มเหลวเพราะมันน่าเบื่อ ระบบนี้จึงลดขั้นตอนให้เหลือแค่ถ่ายรูป แล้วให้ AI อ่านว่าเป็นเมนูอะไร คืนค่าพลังงานกับสารอาหาร พร้อมเตือนสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นต้องระวังเป็นการเฉพาะ จุดที่ทำให้ต่างจากแอปนับแคลอรี่ทั่วไปคือมันวางบันทึกอาหารไว้ข้างผลตรวจเลือดและรอบจัดส่งอาหาร ตัวอย่างที่ ThinkVerse AI ทำไว้แล้วคือแอป HEALTH ME สำหรับผู้ที่ต้องคุมอาหารตามโรคไตและเบาหวาน
ทำให้ใคร
ผู้ที่ต้องคุมอาหารตามโรคประจำตัว และธุรกิจอาหารสุขภาพที่อยากมีแอปฝั่งผู้ใช้ ไม่ใช่แค่ระบบหลังบ้าน
ถ่ายรูปแทนการพิมพ์
หน้าบันทึกอาหารเปิดทางไว้สามทาง คือถ่ายรูป ค้นหาจากคลังเมนู หรือกรอกเอง โดยทางหลักที่ออกแบบมาให้ใช้คือถ่ายรูป ระบบจะแสดงสถานะระหว่างวิเคราะห์ แล้วคืนชื่อเมนูที่อ่านได้พร้อมระดับความมั่นใจของผลกำกับไว้ ผู้ใช้จึงรู้ว่าควรเชื่อผลนั้นแค่ไหน และแก้ไขได้ก่อนบันทึกลงมื้อ
- บันทึกอาหารได้สามทาง คือถ่ายรูป ค้นหา หรือกรอกเอง
- AI ระบุเมนูจากภาพ พร้อมแสดงระดับความมั่นใจของผลวิเคราะห์
- แยกค่าโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันของมื้อนั้น
- เตือนสารอาหารที่ควรระวัง เช่น โซเดียม ตั้งแต่ตอนบันทึก
- เลือกมื้อได้ทั้งเช้า กลางวัน เย็น และของว่าง
เป้าหมายรายวันที่บอกได้ว่าเกินหรือขาด
หน้าแรกรวมสิ่งที่ผู้ใช้ต้องเห็นทุกวันไว้ด้วยกัน ทั้งน้ำหนักปัจจุบันเทียบกับสัปดาห์ก่อน โรคประจำตัวที่ใช้กำหนดเงื่อนไขอาหาร รอบจัดส่งครั้งถัดไปพร้อมจำนวนมื้อ และแถบโภชนาการของวันนั้นที่เทียบกับเป้าหมาย เมื่อพลังงานสะสมเกินเป้า ระบบจะบอกเป็นส่วนต่างตรง ๆ แทนที่จะปล่อยให้ผู้ใช้คำนวณเอง ด้านล่างเป็นรายการมื้อที่กินไปแล้ว และปุ่มลัดสองปุ่มสำหรับถามว่าวันนี้ควรกินอะไรกับบันทึกมื้อถัดไป
อาหารกับผลเลือด อยู่ในแอปเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ระบบนี้ใช้กับผู้ป่วยได้จริงคือหน้าผลตรวจเลือด ค่าที่วัดแต่ละตัวแสดงคู่กับช่วงอ้างอิงและสถานะว่าสูง ต่ำ หรือปกติ พร้อมกราฟแนวโน้มย้อนหลังของค่านั้น แยกเป็นชุดค่าของไตและชุดค่าของเบาหวาน โดยมีวันที่ตรวจล่าสุดกำกับไว้เสมอ เมื่อผลเลือดอยู่หน้าเดียวกับบันทึกอาหาร การอธิบายว่าทำไมต้องคุมสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งจึงมีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่คำสั่งลอย ๆ
- ค่าตรวจแต่ละตัวแสดงคู่กับช่วงอ้างอิงและสถานะ สูง ต่ำ ปกติ
- กราฟแนวโน้มย้อนหลังของแต่ละค่า
- แยกชุดค่าตามโรค พร้อมวันที่ตรวจล่าสุด
- เชื่อมกับรอบจัดส่งอาหารและแพ็กเกจที่ผู้ใช้ใช้อยู่